ดีป้า ปักหมุด จ.พิษณุโลก ประเดิมโรดโชว์ OTOD #3
ดีป้า ปักหมุด จ.พิษณุโลก ประเดิมโรดโชว์ OTOD #3 เดินหน้ายกระดับกลุ่มชุมชน – เกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง พร้อมเปิดเวทีประชันไอเดียเพื่อรับการสนับสนุนประประยุกต์ใช้ดิจิทัล
วันที่ 25 เมษายน 2569, จังหวัดพิษณุโลก – ดีป้า จัดกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day ครั้งที่ 1 รอบภาคเหนือตอนล่าง กิจกรรมในโครงการ OTOD #3 เดินหน้าพัฒนาทักษะดิจิทัลเข้มข้นแก่กลุ่มชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง พร้อมเปิดเวทีประชันไอเดีย เพื่อขอรับ
การสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจากผู้ประกอบการไทย เพื่อนำไปสู่ ‘ชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล’
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า จัดกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day ครั้งที่ 1 รอบภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดพิษณุโลก ระหว่างวันที่ 23 – 24 เมษายน โดยในพิธีเปิดกิจกรรมได้รับเกียรติจาก นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธาน และมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกร และกลุ่มชุมชนในพื้นที่ รวมถึง นายบุญทวี ดวงนิราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน ดีป้า ร่วมในพิธีโดยพร้อมเพรียงนายบุญทวี กล่าวว่า จังหวัดพิษณุโลกถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคเหนือตอนล่าง โดย ดีป้า มองว่า การพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ด้วยการส่งเสริมให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้จะช่วยเพิ่มความแม่นยำและรายได้ให้กับเกษตรกรในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ ดีป้า จึงได้จัดกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day กิจกรรมสำคัญของโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital: OTOD #3) ที่มุ่งพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลเพื่อยกระดับศักยภาพกลุ่มชุมชน และเกษตรกรในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ยังเปิดเวทีประชันไอเดียเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจากผู้ประกอบการไทยที่ได้รับการรับรองด้วยเครื่องหมาย dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) ใน 3 ประเภทเทคโนโลยี ได้แก่ โดรนเพื่อการเกษตร แทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ และเทคโนโลยีบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงานในแปลงเกษตร ลดต้นทุนด้านแรงงาน ประหยัดเวลา สามารถวางแผน ควบคุม ติดตามผลการเพาะปลูก การดูแลรักษา และการจัดการผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture จะได้รับการพัฒนาทักษะเข้มข้นใน
4 หัวข้อ ได้แก่ การเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรอัจฉริยะ การเสริมทักษะนักสร้างดิจิทัลคอนเทนต์ โดยการเรียนรู้การสร้าคลิปสั้นจากกูรู เพื่อชิงรางวัลมูลค่ารวม 24,000 บาทในกิจกรรม d-Community Challenge ชุมชนเศรษฐกิจสีเขียว (Community Go Green) และการเตรียมความพร้อมข้อเสนอโครงการเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลจากผู้ประกอบการภาคการเกษตรของไทย (AgriTech Showcase) และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเชื่อมโยงกลุ่มชุมชนและเกษตรกรกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีโดยตรง
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ Pitching Day ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มชุมชนและเกษตรกรนำเสนอแนวคิดเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยแบ่งการส่งเสริมออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1) ประเภทการยกระดับกลุ่มชุมชนเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ภายใต้มาตรการ d-community สำหรับกลุ่มชุมชนที่จดทะเบียนกับหน่วยงานรัฐ โดยมีจำนวนสมาชิกไม่น้อยกว่า 20 ครัวเรือน มีความพร้อม
ที่จะสมทบงบประมาณไม่น้อยกว่า 50% และไม่เป็นผู้รับการสนับสนุนจากโครงการ OTOD #2 โดย
การส่งเสริมและสนับสนุนประเภทการยกระดับกลุ่มชุมชนเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจะเปิดรับผู้ขอรับ การส่งเสริม จำนวน 330 ราย โดยจะสนับสนุนไม่เกิน 150,000 บาทต่อราย
2) ประเภทการยกระดับธุรกิจชุมชนบริการดิจิทัล ภายใต้มาตรการ d-startup สำหรับบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนการค้าไม่เกิน 3 ปี มีทักษะช่าง และมีความต้องการเปิดธุรกิจบริการดูแลรักษาและ ซ่อมบำรุงเทคโนโลยีทางการเกษตร มีความพร้อมที่จะสมทบงบประมาณไม่น้อยกว่า 50% และไม่เป็นผู้รับ การสนับสนุนจากโครงการ OTOD #2 โดยการส่งเสริมและสนับสนุนประเภทการยกระดับธุรกิจชุมชนบริการ ดิจิทัลจะเปิดรับผู้ขอรับการส่งเสริม 33 ราย สนับสนุนไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย
“OTOD #3 มุ่งยกระดับกลุ่มชุมชน เกษตรกร และสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลระดับชุมชนที่จะก่อให้เกิดอาชีพใหม่ เช่น ผู้ให้บริการโดรนเกษตร ช่างซ่อมเครื่องจักรอัจฉริยะด้านการเกษตร และผู้ให้บริการเทคโนโลยีในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากตามแนวคิด ‘ชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล’ โดย ดีป้า คาดว่า โครงการนี้จะช่วยสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท สำหรับกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day จะมีการเดินสายจัดกิจกรรมต่อเนื่องในอีก 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา สงขลา ภูเก็ต ชลบุรี อุบลราชธานี และขอนแก่น เพื่อขยายโอกาสสู่ชุมชนทั่วประเทศต่อไป” นายบุญทวี กล่าว
โครงการ OTOD #3 มีหน่วยงานพันธมิตรร่วมขับเคลื่อนโครงการ ประกอบด้วย กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สภาเกษตรกรแห่งชาติ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มูลนิธิเอสซีจี และ สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย และได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ซินเจนทา ครอป
โปรเทคชั่น จำกัด ธนาคารออมสิน และ บริษัทสยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด
กิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day ครั้งต่อไปจะขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 29 – 30 เมษายนนี้ ณ โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ ในอำเภอเมือง ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ OTOD #3 ได้แล้ววันนี้ – 23 กรกฎาคม 2569 โดยสามารถศึกษารายละเอียดและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ LINE OA: @OTOD3 พร้อมติดตามข่าวสารได้ทาง Facebook Page: depa Thailand หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 093 320 9222






No comments